3 กลยุทธ์โปรโมชั่น ที่ทำได้มากกว่าลดราคา

กลยุทธ์การทำโปรโมชั่นที่มีมากกว่าแค่ลดราคา

ในเทศกาลแห่งการลดราคากลางปี หรือ MID-YEAR Sales แทบทุกแบรนด์ ต่างนำสินค้ามาลดราคา นอกจากเป็นการเคลียร์สินค้าในลอตต่างๆ เพื่อเติมเข้าสินค้าตัวใหม่แล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้าอีกด้วย แต่หากมองถึงช่วงเวลาที่ไม่ใช่การลดราคาครั้งใหญ่ ในมุมของแบรนด์จะมีวิธีในการทำโปรโมชั่นอย่างไรได้บ้าง ที่ไม่ต้องลดราคาตลอดเวลาจนคุณค่าของแบรนด์เสียไป แต่ยังทำให้ดึงดูดลูกค้าได้สม่ำเสมอ

บทความนี้จะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับกลยุทธ์หลายๆ แบบในการทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ที่มากกว่าแค่วิธีการลดราคาสินค้า และรับรองว่าสามารถนำไปใช้ได้จริง อ่านจบแล้วเตรียมโปรโมชั่นหน้าได้เลย

1) ให้คูปองรับสิทธิพิเศษ


จากเดิมที่เคยมีการแจกคูปองให้กับลูกค้าผ่านการแนบไปกับสินค้า หรือว่าตามหนังสือนิตยสาร วันนี้ช่องทางในการให้โปรโมชั่นรูปแบบนี้มีหลากหลายมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะทางออนไลน์ คุณสามารถให้คูปองกับลูกค้าโดยการทำแคมเปญง่ายๆ ผ่านการแอด Line หรือ Facebook แล้วร่วมกิจกรมม เช่น แอด Line และร่วมสนุกกับแคมเปญที่มีการให้ข้อมูลเบื้องต้นและได้รับคูปองสิทธิพิเศษทันที นอกจากคุณจะได้ให้คูปองส่วนลดแล้ว ยังเป็นการสร้างชุมชนของลูกค้าเพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อไปอีกด้วย


2)
ให้ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ หรือให้ทดลองใช้สินค้า บริการ ฟรี

แทนการให้ส่วนลด คุณสามารถให้ตัวอย่างสินค้าหรือมอบการบริการเพิ่มเติมให้กับลูกค้า เพื่อได้ทดลองใช้ เพื่อได้รับประสบการณ์ก่อนใช้บริการ หรือซื้อสินค้าจริง เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ของคุณ ทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของคุณได้ง่ายขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสในการที่คุณจะสามารถขายสินค้าหรือบริการของคุณได้ในอนาคต

3) ให้ของรางวัล

ให้ลูกค้าได้รับรางวัลบางอย่าง เช่น ทองคำ เงินรางวัล ตั๋วเดินทาง หรือสินค้าจากแบรนด์ โดยการที่ลูกค้าจะได้รับของรางวัลนั้นๆ มาจากการร่วมสนุกลุ้นรางวัล เช่น ซื้อสินค้า ใช้บริการที่ร้าน และส่งใบเสร็จ, sms, รหัสต่างๆ มาเพื่อร่วมสนุก และรอลุ้นรางวัลเมื่อจบกิจกรรม
การทำโปรโมชั่นลักษณะนี้ เป็นการช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าและบริการ และเพิ่มยอดการรับรู้ของแบรนด์ให้สูงขึ้นอีกด้วย เพราะการทำแคมเปญที่มีของรางวัลกระตุ้นช่วยให้ลูกค้าสนใจและบอกต่อได้ในเวลาอันรวดเร็ว

นี่คือตัวอย่าง 3 กลยุทธ์ที่แบรนด์สามารถทำโปรโมชั่นได้มากกว่าแค่การลดราคสินค้าเพียงอย่างเดียว หากจะทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายครั้งหน้า ก็ลองนำไปปรับกลยุทธ์คุณให้น่าสนใจขึ้นกว่าเดิม

================

สำหรับ Egg Digital เองเราก็มี platform ที่ช่วยให้คุณทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายได้สะดวก ง่าย และเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสนใจทำแคมเปญให้ตอบโจทย์แบรนด์ของคุณ ไม่ว่าธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ สามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการบริการและเครื่องมือการตลาดได้ที่

Website: http://www.eggdigital.com/th/services/ultra-code/

LINE: @eggdigital

E-mail: eggdigital@ascendcorp.com

Call center: 02-020-2364

อนาคตของเทรนด์ Mobile Marketing

เมื่อกล่าวถึงอนาคตของอุตสาหกรรมการตลาดผ่าน Mobile หากเปรียบเทียบกับการตลาดเมื่อก่อนนั้นจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นถึงเทคนิคและกลยุทธ์ต่างๆ ของการตลาดแบบ Mobile Marketing ที่ควรจะเป็นในปี 2018 และอนาคต ทั้งนี้มาดู 5 ข้อมูลที่จะเป็นไอเดียให้นักการตลาด Mobile ในการปรับกลยุทธ์การวางแผนการตลาดต่อไป

1.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนักการตลาดให้คุณค่ากับการส่งข้อความแบบอัติโนมัติ (SMS Automation) โดยให้ระบบ AI ทำหน้าที่จัดการรับ-ส่งข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและเจาะจง ผ่านวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่ละเอียดและมีประสิทธิภาพเพื่อสามารถนำไปทำกลยุทธ์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้องและตรงกับความต้องการได้ นอกจากนี้ระบบ AI ยังมีช่องว่างและเวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนืองเพื่อเข้าใจระบบความคิดและการตัดสินใจของมนุษย์ และ การตลาดแบบ SMS Markeitng ยังมีประสิทธภาพอย่างมากและเจาะกลุ่มเป้าหมายได้กว้างในราคาต่ำ

2. การเพิ่ม BOT เพื่อช่วยรองรับการทำงานบางอย่างแทนคนBOT เป็นรูปแบบของระบบการทำงานที่ถูกโปรแกรมไว้ตามคำสั่งต่างๆ เพื่อให้สามารถทำงานตามคำสั่งได้ อย่างที่เห็นได้จาก Siri ของ Apple หรือ Cortana ของ Microsoft ที่ช่วยให้บริการและทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้งาน ระบบ BOT เหล่านี้ถูกพัฒนามากขึ้นจากการเรียนรู้ และเชื่อมต่อกับ internet 24/7 ดังนั้นในอนาคดมีโอกาสสูงมากที่ BOT จะถูกนำมาช่วยในการตลาด เช่น การแจ้งรายละเอียดโปรโมชั่น, แจ้งเตือนกิจกรรม อีเว้นท์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เป็นต้น

 

3. การค้นหาผ่านเสียง40% ของผู้ใช้งานมีการค้นหาผ่านเสียงหนึ่งครั้งต่อวัน โดย Google ได้ทำการเก็บข้อมูลและพบกว่า 20% ของการค้นหาข้อมูลมาจากการใช้เสียง และจากมุมมองนี้เราจะเห็นได้จาก Amazon Alexa และ Google Home ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่มีการนำระบบการค้นหาแบบการใช้เสียงมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน

 

4.การโหลดข้อมูลในเว็บไซต์ที่รวดเร็วขึ้นปัจจุบันเว็บไซต์ยังคงสำคัญสำหรับธุรกิจต่างๆ อยู่อย่างมากที่เดียว เพราะข้อมูลหลักสำคัญของธุรกิจ ทั้งสารจากแบรนด์และข้อมูลสินค้า ถูกแสดงที่เว็บไซต์เพื่อตอบสนองการค้นหาข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นความเร็วในการโหลดข้อมูลขึ้นมาแสดงจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเร็วและถูกต้อง เพื่อไม่พลากโอกาสในการรักษากลุ่มเป้าหมายที่ค้นหาแล้วสนใจเข้ามาศึกษาข้อมูลต่อไป การสร้าง UX ที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว เป็นสิ่งพื้นฐานแต่สำคัญที่สุดในการที่จะสำเร็จหรือไม่ของ Mobile Marketing [DoubleClick’s พบว่า 53% ของกลุ่มเป้าจะไม่สนใจที่จะเข้าเว็บนั้นๆ อีก หากเว็บไซต์ใตมีการโหลดข้อมูลขึ้นมาช้ากว่า 3 วินาที]

 

5.โฆษณาผ่านมือถือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก ผ่านช่องทางที่มีการเติบโตของฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่องแบบ Facebook และ LinkedIn เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ดี แต่สิ่งที่ต้องดูต่อไปในการทำกลยุทธ์การตลาดในปีต่อๆ ไปคือ การเชื่อมต่อการตลาดทุกช่องทางแบบไร้รอยต่อที่มากขึ้นกว่าการแยกช่องทางการตลาด ซึ่งนักการตลาดยุคดิจิตัลเข้าใจว่าอนาคตของการค้นหาคือภาพไม่ใช่ keyword เทคโนโลยีในรูปแบบของการมองเห็นเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสาร ด้วยความซับซ้อนและความฉลาดของระบบ AI และการเรียนรู้ของระบบเครื่องกล

สรุปแล้วเมื่อทุกๆ แบรนด์ต้องการที่จะได้รับยอดขายที่สูงขึ้นและเดิบโตอย่างรวดเร็ว ในการที่จะทำให้แคมเปญประสบความสำเร็จและได้รับผลตอบรับที่ดี สิ่งสำคัญคือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องด้วยข้อความที่ถูกต้องผ่านช่องทางและเวลาที่ใช่ หลักการนี้จะช่วยทำให้การทำงานและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดและตอบโจทย์มากขึ้น

กลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีก : ก้าวต่อไปของการตลาดแบบ Omni - Channel

กลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีก : ก้าวต่อไปของการตลาดแบบ Omni- Channel

ใครว่าธุรกิจค้าปลีกกำลังจะล่มสลาย? ความจริงแค่เปลี่ยนสู่ออนไลน์มากขึ้น ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งที่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คือ โทรศัพท์มือถือ ทั้งการสื่อสาร และการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือแม้กระทั่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าส่วนมากยังมีการค้นหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบขณะตัดสินใจซื้อสินค้าที่หน้าร้านเช่นเดียวกัน

ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ค้นหาและเข้าถึงสินค้าที่จำหน่ายในร้านผ่านอุปกรณ์ และช่องทางต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น

ลูกค้าที่กำลังสนใจที่จะซื้อชั้นวางหนังสืออันใหม่ อาจเริ่มค้นหาข้อมูลผ่านการใช้โทรศัพท์มือถือ แล้วไปดูข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงรูปสินค้าที่คุณภาพสูงขึ้นผ่านคอมพิวเตอร์ ก่อนตัดสินใจซื้อเดินทางไปดูชั้นวางหนังสือที่ร้าน เพื่อตรวจดูอุปกรณ์จริง และสุดท้ายกลับมาซื้อชั้นวางผ่าน APP ของร้านค้าปลีกนั้นๆ เพราะมีโปรโมชั่น

ซึ่งพฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบ omni channel นี้ ทำให้แบรนด์ต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการให้ข้อมูล และวิธีการทำการตลาดที่ดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมายที่ซับซ้อนและหลากหลายมายิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดได้

ตั้งแต่ปี 2017 | 1 ใน 3 ของรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ มาจากโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นในยุค Mobile-First แบบนี้ธุรกิจค้าปลีก มี 3 สิ่งที่นักการตลาดต้องพิจารณา

  1. Mobile Maturation (การเติบโตของตลาดมือถือ)การเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นทุกปี จะสังเกตได้จากจำนวนของผู้ใช้งานตามสถานที่ต่างๆ ที่มากขึ้น รวมถึงการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้ก็เกิดได้ทุกที่ ทุกเวลาเช่นเดียวกัน จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกหลายๆ แห่ง เกิดการพัฒนาและเติบโตของช่องทางการขายแบบ Mobile-Commerceในปีที่ผ่านมาจำนวนของยอดขายจากช่องทางโทรศัพท์มือถือมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกต้องให้ความสำคัญของการสื่อสารและขายผ่านช่องทางต่างๆ อย่างผสมผสานและไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

  2. APP Adventure (ความท้าทายของตลาดแอพลิเคชั่นนอกจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านเว็บบนโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายเริ่มมีการซื้อสินค้าผ่าน Application ของแบรนด์มากขึ้น เพราะง่าย และสะดวกกว่าการซื้อผ่านเว็บไซต์ ดังนั้นการพัฒนาช่องทางการขายผ่าน Application เป็นอีกก้าวต่อไปของการทำ Omni-Channel ที่น่าสนใจ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการที่เปลี่ยนไปมากขึ้น
  3. Omnichannel Opportunity (โอกาสของการตลาดแบบไร้รอยต่อ)

    ปัจจุบันลูกค้ามีพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนแปลงวิธีการในการซื้อสินค้าทั้งจากออนไลน์ และออฟไลน์ รวมถึงในแต่ละช่องทางนั้นมีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกต้องเร่งปรับกลยุทธ์ในการเชื่อมทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ผ่านการสร้างประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

สรุปแล้ว เมื่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าของกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนแปลงไป ในมุมของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคตด้วย

เพิ่มแต้มการตลาดของคุณให้โดดเด่นในช่วงฟุตบอลโลก ด้วย SMS Marketing

เพิ่มแต้มการตลาดของคุณให้โดดเด่นในช่วงฟุตบอลโลก ด้วย SMS Marketing

ตอนนี้คงไม่มีกระแสไหนที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจเท่าฟุตบอลโลก แทบทุกธุรกิจได้ทำการตลาดสอดคล้องกับช่วงฟุตบอลโลก ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญต่างๆ หรือการแต่งกายให้ดูเข้ากับเทศกาล แต่ความจริงแล้วไม่ใช่แค่ช่วงฟุตบอลโลกเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่ดีของคุณในการทำการตลาดที่สอดคล้องกับเทศกาลต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพราะผู้คนกำลังสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด เป็นช่วงเวลาที่ดีในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายของคุณ

หลายบริษัทเลือกช่องทางการตลาดที่แตกต่างกันออกไป แต่รู้หรือไม่ว่า อีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจมากๆ ในการทำการตลาดคือSMS Marketingเพราะ SMS สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายของคุณได้รวดเร็ว และเพิ่มโอกาสในการทำยอดขายที่มากขึ้น [ 90% ของข้อความถูกอ่านด้วยผู้รับภายใน 3 นาทีดังนั้นจึงไม่ควรพลาดช่องทางดีๆ อย่าง SMS ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของคุณอย่างต่อเนื่อง

สำหรับช่วงฟุตบอลโลกนี้ เราขอแชร์ 3-4 ตัวอย่างของเทคนิคที่น่าสนใจในการเพิ่มการรับรู้และเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ของคุณ โดยยังมีความสนุกสนานและสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้าได้ดี

 

  • ส่งโปรโมชั่นไปให้ลูกค้า เพื่อเฉลิมฉลองทีมที่ชนะ
    กลุ่มเป้าหมายที่ติดตามและชื่นชอบในทีมเดียวกันนี้ จะอยู่ในช่วงอารมณ์ที่สนุก มีความสุข และสามารถถูกกระตุ้นความรู้สึกได้ง่าย การส่ง SMS โปรโมชั่นออกไปหลังจากทีมที่ชนะ เป็นการเพิ่มโอกาสทำยอดขายได้

    เช่น ทีม xx ได้เป็นที่หนึ่ง! เราดีใจจึงใจดีแจกทันทีส่วนลด 30% ในการซื้อสินค้าครั้งต่อไป มาฉลองความสำเร็จนี้ด้วยกันที่ www.purchase.com

     

  • ทำแคมเปญทายผลลุ้นของรางวัล พร้อมให้โปรโมชั่นสร้างยอดขายเพิ่ม
    นอกจากการทำแคมเปญที่เห็นกันได้อยู่บ่อยๆ ในการให้ลูกค้าส่ง SMS ทายผลรางวัล แบรนด์ยังสามารถเพิ่มกลยุทธ์ให้ลูกค้าสนใจและซื้อสินค้าของแบรนด์คุณต่อได้โดยการส่งข้อความกลับไปขอบคุณที่ร่วมสนุกกับแคมเปญ พร้อมให้ส่วนลดกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าของคุณนอกจากเป็นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเป้าหมายและแบรนด์ สุดท้ายเป็นการเพิ่มยอดขายและเพิ่มโอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะกลายเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์คุณได้เลยทีเดียว

    เช่น เพื่อขอบคุณที่ร่วมสนุกกับกิจกรรมทายผลลุ้นรางวัล รับรหัส WC18 เพื่อเป็นส่วนลด 20% ในการซื้อสินค้าที่ร้านของเรา และหากสนใจรับข้อความโปรโมชั่นต่อ, พิมพ์ Y แล้วส่งมาที่ 123456

  • จัดโปรโมชั่นตามช่วงเวลา
    กระตุ้นยอดขายด้วยการทำโปรโมชั่นตามช่วงเวลาและส่งโปรโมชั่นไปหากลุ่มเป้าหมายทาง SMS ด้วยส่วนลดที่แตกต่างกันไปและมีระยะเวลาสั้นจบลงภายใน 24 ชั่วโมง หรือ 1-3

    เช่น เพิ่มส่วนลดทุกครั้งที่วันนั้นมีการแข่งขันและโปรโมชั่นจบลงภายใน 24 ชั่วโมง หรือ เพิ่มส่วนลด on top เมื่อทีมชนะ เป็นต้น

  • ส่ง SMS ก่อนเริ่มการแข่งขัน
    โดยเฉพาะธุรกิจประเภท อาหารเดลิเวอรี่ การส่ง SMS ไปก่อนเกมเริ่มสั่ง 2-3 ชั่วโมงเป็นการช่วยกระตุ้นยอดขายได้อีกทางนึง เพราะมีกลุ่มเป้าหมายที่กำลังรอคอยที่จะดูการแข่งขันอยู่แล้ว และเป้นไปได้อย่างสูงว่าระหว่างชมการแข่งขัน ต้องมีขนม หรืออาหารทานไประหว่างดูแน่นอน

จากตัวอย่างข้างต้น น่าจะทำให้เห็นว่า การนำ SMS Marketing มาผนวกเข้ากับการทำการตลอดแบบอื่นๆ ก็สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณและกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย

—————————————-

อ่านมาถึงตรงนี้ หากใครสนใจที่จะทำการตลาด SMS Marketing สามารถติดต่อสอบถามกับ EGG Digital ได้เลย เพราะเรามีแพลตฟอร์มและเครื่องมือที่สามารถช่วยให้การทำการตลาดของคุณง่ายขึ้น และสามารถให้คำปรึกษากับคนทำธุรกิจได้ตั้งแต่ขนาดเล็ก ถึง ขนาดใหญ่ระดับองค์กร

3 สิ่งควรคิด ก่อนทำ SMS Marketing

ปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการ หรือนักการตลาดยุคใหม่ยังคงสรรหาเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและคุ้มค่ากับการลงทุน
.
ซึ่งเครื่องมือการตลาดที่จะเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็วที่สุดคือการเข้าถึงลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ เพราะจากการสำรวจของ Gartner พบว่าผู้ใช้ถึง 98% จะเปิด SMS อ่าน โดยที่ 90% จากผู้ใช้ทั้งหมดจะเปิดอ่าน SMS หลังจากได้รับภายใน 3 นาที และมีอัตราการตอบกลับสูงถึง 45% อีกด้วย

ดังนั้น สิ่งที่นักการตลาดควรจะคำนึงถึงก่อนที่จะทำแคมเปญการตลาดผ่าน SMS มีดังนี้
.
1. Make it personal
สร้างความรู้สึกพิเศษและประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ ด้วยการสร้าง SMS ที่เฉพาะบุคคล เช่น ขึ้นต้นข้อความด้วยการทักทายพร้อมกับชื่อผู้รับ อ้างอิงถึงสินค้าที่เคยซื้อไป พร้อมทั้งแนะนำสินค้าใหม่ที่เข้ากับลูกค้าคนนั้นๆ จะยิ่งเป็นการเชื้อเชิญให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น
.
2. Make it relevant
คำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าที่ได้รับ SMS กับข้อความในนั้น ไม่ควรส่งข้อความเดียวไปยังลูกค้าทั้งหมด แต่ควรจะมีการแบ่งจัดกลุ่มตามประเภทต่างๆ เช่น เพศ อายุ ความสนใจ รายการสินค้าที่ซื้อล่าสุด เพื่อจะได้ส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าจริงๆ
.
3. Make it on time
ช่วงเวลาที่จะส่ง SMS ก็เป็นสิ่งที่ควรตระหนักถึงเช่นเดียวกัน ไม่ควรส่งข้อความไปในช่วงเวลาดึกๆ หรือช่วงเวลาพักผ่อนของลูกค้า จากการสำรวจพบว่าช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพสูงในการส่ง SMS ในวันธรรมดาคือ 8 โมงเช้า และเที่ยงวัน รวมไปถึงช่วงเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึงหนึ่งทุ่ม ส่วนวันเสาร์จะเป็นช่วง 8 โมงถึงเที่ยง และวันอาทิตย์จะเป็นเวลา 9 โมงเช้า เที่ยงวัน และช่วงระหว่าง 4 โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม
.

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

ใช้ประโยชน์จาก Data มาเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจคุณ

ทุกวันนี้ผู้ประกอบการจำนวนมาก เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดบนสื่อออนไลน์ เพิ่มช่องทางการติดต่อกับลูกค้ามากขึ้น หรือการจัดโปรโมชันต่างๆ และเชื่อมโยงกิจกรรมของผู้บริโภคทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการค้าปลีกนิยมนำมาใช้ก็คือ เครื่องมือจัดการจุดขาย หรือ Point of Sale System (POS) นั่นเอง
.
ระบบ POS ที่มีอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลมากมาย โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ และวิเคราะห์ให้เข้ากับธุรกิจของตนเอง วันนี้ ​EGG Digital จะมาแนะนำวิธีการปรับใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบ POS จะมีอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลย
.
1. ข้อมูลจากการจัดการสินค้าคงคลัง
หากคุณมีหน้าร้านหลายๆสาขา รวมไปถึงมีสินค้าจำนวนมากและหลากหลายชนิด การมีระบบจัดการสินค้าคงคลังจะช่วยคุณได้อย่างดี สามารถนำข้อมูลสินค้าไปคาดการณ์การสั่งสินค้า หรือทำให้การบริการลูกค้าดีขึ้น เช่น หากลูกค้าต้องการสินค้าชนิดนี้ ไซส์นี้ แต่สินค้ามีอยู่ที่สาขาอื่น คุณก็สามารถแจ้งลูกค้าได้อย่างง่ายดาย
.
2. ข้อมูลของลูกค้ารวมถึงประวัติการซื้อสินค้า
ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อสินค้า คุณสามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ารวมไปถึงข้อมูลการซื้อสินค้าได้ และนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำการตลาด เช่น แนะนำสินค้าที่ลูกค้าชื่นชอบโดยวิเคราะห์จากข้อมูลการซื้อขายในอดีต รวมไปถึงการทำการตลาดออนไลน์โดยอิงจากพฤติกรรมการซื้อของนั่นเอง
.
3. ข้อมูลการขายของพนักงานร้าน
เจ้าของธุรกิจสามารถประเมินประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านด้วยการตรวจสอบยอดขายโดยอ้างอิงจากรหัสพนักงาน เพราะทุกครั้งที่เกิดการซื้อขาย จะมีการเก็บบันทึกข้อมูลของผู้ทำรายการขายไว้ด้วย
.
4. ข้อมูลแนวโน้มการขาย
ระบบจัดการขายที่ดีจะมีการประเมินแนวโน้มการขายสินค้าประเภทต่างๆ เช่น สินค้าขายดี สินค้าที่คนกลับมาซื้อซ้ำๆ ในแต่ละช่วงเวลา คุณสามารถสร้างโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายของสินค้าประเภทนั้นๆ หรือสร้างแคมเปญในแต่ละช่วงเวลาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
.

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364