3 สิ่งควรคิด ก่อนทำ SMS Marketing

ปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการ หรือนักการตลาดยุคใหม่ยังคงสรรหาเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและคุ้มค่ากับการลงทุน
.
ซึ่งเครื่องมือการตลาดที่จะเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็วที่สุดคือการเข้าถึงลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ เพราะจากการสำรวจของ Gartner พบว่าผู้ใช้ถึง 98% จะเปิด SMS อ่าน โดยที่ 90% จากผู้ใช้ทั้งหมดจะเปิดอ่าน SMS หลังจากได้รับภายใน 3 นาที และมีอัตราการตอบกลับสูงถึง 45% อีกด้วย

ดังนั้น สิ่งที่นักการตลาดควรจะคำนึงถึงก่อนที่จะทำแคมเปญการตลาดผ่าน SMS มีดังนี้
.
1. Make it personal
สร้างความรู้สึกพิเศษและประทับใจให้กับลูกค้าของคุณ ด้วยการสร้าง SMS ที่เฉพาะบุคคล เช่น ขึ้นต้นข้อความด้วยการทักทายพร้อมกับชื่อผู้รับ อ้างอิงถึงสินค้าที่เคยซื้อไป พร้อมทั้งแนะนำสินค้าใหม่ที่เข้ากับลูกค้าคนนั้นๆ จะยิ่งเป็นการเชื้อเชิญให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากขึ้น
.
2. Make it relevant
คำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่างลูกค้าที่ได้รับ SMS กับข้อความในนั้น ไม่ควรส่งข้อความเดียวไปยังลูกค้าทั้งหมด แต่ควรจะมีการแบ่งจัดกลุ่มตามประเภทต่างๆ เช่น เพศ อายุ ความสนใจ รายการสินค้าที่ซื้อล่าสุด เพื่อจะได้ส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าจริงๆ
.
3. Make it on time
ช่วงเวลาที่จะส่ง SMS ก็เป็นสิ่งที่ควรตระหนักถึงเช่นเดียวกัน ไม่ควรส่งข้อความไปในช่วงเวลาดึกๆ หรือช่วงเวลาพักผ่อนของลูกค้า จากการสำรวจพบว่าช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพสูงในการส่ง SMS ในวันธรรมดาคือ 8 โมงเช้า และเที่ยงวัน รวมไปถึงช่วงเวลาตั้งแต่ 5 โมงเย็น ถึงหนึ่งทุ่ม ส่วนวันเสาร์จะเป็นช่วง 8 โมงถึงเที่ยง และวันอาทิตย์จะเป็นเวลา 9 โมงเช้า เที่ยงวัน และช่วงระหว่าง 4 โมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม
.

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

ใช้ประโยชน์จาก Data มาเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจคุณ

ทุกวันนี้ผู้ประกอบการจำนวนมาก เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดบนสื่อออนไลน์ เพิ่มช่องทางการติดต่อกับลูกค้ามากขึ้น หรือการจัดโปรโมชันต่างๆ และเชื่อมโยงกิจกรรมของผู้บริโภคทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการค้าปลีกนิยมนำมาใช้ก็คือ เครื่องมือจัดการจุดขาย หรือ Point of Sale System (POS) นั่นเอง
.
ระบบ POS ที่มีอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลมากมาย โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ และวิเคราะห์ให้เข้ากับธุรกิจของตนเอง วันนี้ ​EGG Digital จะมาแนะนำวิธีการปรับใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบ POS จะมีอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลย
.
1. ข้อมูลจากการจัดการสินค้าคงคลัง
หากคุณมีหน้าร้านหลายๆสาขา รวมไปถึงมีสินค้าจำนวนมากและหลากหลายชนิด การมีระบบจัดการสินค้าคงคลังจะช่วยคุณได้อย่างดี สามารถนำข้อมูลสินค้าไปคาดการณ์การสั่งสินค้า หรือทำให้การบริการลูกค้าดีขึ้น เช่น หากลูกค้าต้องการสินค้าชนิดนี้ ไซส์นี้ แต่สินค้ามีอยู่ที่สาขาอื่น คุณก็สามารถแจ้งลูกค้าได้อย่างง่ายดาย
.
2. ข้อมูลของลูกค้ารวมถึงประวัติการซื้อสินค้า
ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อสินค้า คุณสามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ารวมไปถึงข้อมูลการซื้อสินค้าได้ และนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำการตลาด เช่น แนะนำสินค้าที่ลูกค้าชื่นชอบโดยวิเคราะห์จากข้อมูลการซื้อขายในอดีต รวมไปถึงการทำการตลาดออนไลน์โดยอิงจากพฤติกรรมการซื้อของนั่นเอง
.
3. ข้อมูลการขายของพนักงานร้าน
เจ้าของธุรกิจสามารถประเมินประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านด้วยการตรวจสอบยอดขายโดยอ้างอิงจากรหัสพนักงาน เพราะทุกครั้งที่เกิดการซื้อขาย จะมีการเก็บบันทึกข้อมูลของผู้ทำรายการขายไว้ด้วย
.
4. ข้อมูลแนวโน้มการขาย
ระบบจัดการขายที่ดีจะมีการประเมินแนวโน้มการขายสินค้าประเภทต่างๆ เช่น สินค้าขายดี สินค้าที่คนกลับมาซื้อซ้ำๆ ในแต่ละช่วงเวลา คุณสามารถสร้างโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายของสินค้าประเภทนั้นๆ หรือสร้างแคมเปญในแต่ละช่วงเวลาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
.

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

Mobile e-commerce สำคัญอย่างไร

ปัจจุบันการค้าขายในโลกออนไลน์ มีทั้งในรูปแบบผ่านเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์ (e-commerce) และการเข้าใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile e-commerce หรือ m-commerce) ซึ่งมักจะเปรียบเทียบกันว่า ส่วนใหญ่ผู้บริโภคจะเข้าผ่านโทรศัพท์มือถือมากกว่าถึงสองในสาม ดังนั้นควรออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้เป็น Responsive Disign รวมไปถึงการสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานนั่นเอง
.
ตัวเลขที่น่าสนใจจากการสำรวจพบว่า ยอดขายที่มาจากช่องทางโทรศัพท์มือถือ ตกไปอยู่กับแอพพลิเคชั่น มากกว่าเว็บไซต์ ถึง 3 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบการใช้งานที่ดีและใช้ง่ายกว่าในเว็บไซต์ รวมไปถึงผู้บริโภคที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนั้นมีแนวโน้มท่ีจะเป็นลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์ และมีการใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นเป็นประจำอีกด้วย
.
แต่อีกแง่มุมหนึ่งที่ควรคำนึงถึงคือ ผู้ค้าปลีกบางเว็บไซต์มียอดสั่งซื้อผ่านช่องทางโทรศัพท์มือถือน้อย แต่กลับมียอดสั่งซื้อจากผู้ใช้เดียวกันผ่านเข้ามาทางช่องทางอื่น (cross-device transaction) ซึ่งอาจจะเกิดมากจากปัญหาการใช้งานที่ยุ่งยากของเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ แต่ลูกค้ามีความตั้งใจซื้อสินค้านั้นจริงๆ จึงข้ามไปซื้อสินค้าที่ช่องทางอื่น ซึ่งเหตุการณ์เชื่อมต่อระหว่างสองช่องทางนี้ อาจจะเป็นรูรั่วที่ทำให้ธุรกิจของคุณเสียลูกค้าไปได้
.
ดังนั้น ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงการเพิ่มช่องทางการซื้อสินค้าทางโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น โดยจะต้องมีการใช้งานที่ง่าย ไม่ยุ่งยาก เพื่อลดโอกาสในการสูญเสียลูกค้าไปนั่นเอง
.

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

QR CODE Platform เครื่องมือใหม่ เอาใจคนชอบลุ้น!

.
ทุกคนคงเคยพบเห็น QR CODE สัญลักษณ์จุดสีขาวดำลักษณะในพื้นที่สี่เหลี่ยม ได้อย่างทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นบนป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ หรือที่ฉลากสินค้าเล็กๆ ซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า QR CODE เป็นเทคโนโลยีที่มีอายุมากกว่าสิบปี ผู้คนตื่นเต้นกันไม่นาน QR CODE ก็เริ่มเสื่อมความนิยมลงไปเรื่อยๆ เพราะมีความยุ่งยากในการต้องใช้แอพพลิเคชั่นเฉพาะเพื่ออ่านรหัส QR CODE

ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ดี เพราะพวกเขามักจะลบแอพพลิเคชั่นที่ไม่รู้สึกว่ามีค่าออกไปนั่นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถูกแก้ไขให้ง่ายขึ้น ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆโดยสามารถใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือหรือแอพพลิเคชั่น Chat หรือ Social Media หลักๆ รวมไปถึงการสร้างความเคยชินให้ QR CODE เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคน เช่น การชำระเงินด้วย QR CODE นั่นเอง

ในฐานะแบรนด์ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์กับธุรกิจย่อมเป็นเรื่องดี ทาง EGG DIGITAL ยังมีเครื่องมือที่ช่วยให้คุณทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ด้วยการใช้ QR CODE Platform เพื่อสร้างแคมเปญต่างๆ เช่น การจับรางวัล Lucky Draw การชิงโชค หรือแลกรับของสัมมนาคุณ เป็นการสร้างกิจกรรมสนุกๆระหว่างลูกค้าและแบรนด์เพื่อทำให้แบรนด์ของคุณเกิดความแตกต่างและสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าอีกด้วย

.

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

เจาะใจผู้บริโภคได้มากขึ้นด้วยหลักจิตวิทยาและการตลาด

จิตวิทยากับการตลาด อาจจะดูเป็นเรื่องที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน แต่หากมองลึกลงไปแล้ว ทั้งสองศาสตร์นี้มีสิ่งที่ซ้อนทับกันอยู่ โดยนักการตลาดสามารถนำหลักจิตวิทยามาใช้ในงานในรูปแบบที่สร้างสรรค์ และดึงดูดผู้บริโภคได้ดังนี้

1. สร้างข้อความที่ดึงดูดใจโดยการเน้นถึงผลลัพธ์หรือสิ่งที่ผู้บริโภคจะได้รับมากกว่าการอธิบายองค์ประกอบของสินค้า

2. เน้นจุดบกพร่อง และแน่นอนคุณไม่ได้อ่านผิด! เพราะการพูดถึงข้อบกพร่องของสินค้าจะทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจในแบรนด์ และมองว่าแบรนด์มีความจริงใจมากกว่านั่นเอง

3. วางตำแหน่งของคู่แข่งของแบรนด์คุณใหม่ โดยมองจากมุมของผู้บริโภคว่ารับรู้แบรนด์นั้นๆอย่างไร มากกว่าการเปรียบเทียบองค์ประกอบ เพราะจะทำให้คุณสามารถนำเสนอสินค้าในมุมมองที่แตกต่างจากคู่แข่ง และทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเลือกแบรนด์ของคุณมากกว่า

4. ทำให้ลูกค้าประจำของคุณรู้สึกพิเศษ ด้วยการโปรโมทสินค้านั้นแบบ Exclusive ก่อนลงตลาดทั่วไป

5. พูดถึงความกลัว ความไม่มั่นคง และความสงสัยต่อสินค้าของคุณ ซึ่งจะก่อให้เกิดแรงกระตุ้นในการซื้อมากกขึ้น เพราะผู้บริโภคต้องการหลีกเลี่ยงความกลัวเหล่านั้น

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364