5 ผลลัพธ์สำคัญจากการทำ CRM Loyalty Program

5 ผลลัพธ์สำคัญจากการทำ CRM Loyalty Program

เคยไหม? สินค้าก็ดี บริการก็โดนใจ แต่กลับไม่เกิดการซื้อสินค้าหรือกลับมาใช้บริการซ้ำ นี่คือปัญหาที่หลายแบรนด์อาจจะกำลังพบเจอ ไม่ว่าจะพัฒนาสินค้าอย่างไร ทำการตลาดแค่ไหน ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถมัดใจลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายให้กลายมาเป็นลูกค้าขาประจำได้เสียที นี่เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ของคุณต้องใช้กลยุทธ์เพื่อช่วยในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้า พร้อมสร้างความประทับใจด้วยการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้าอย่างยั่งยืน หรือที่เรียกว่า Customer Relationship Management (CRM) ที่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้าง และบริหารความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

CRM Loyalty Program คืออะไร?

ระบบ CRM นั้นคือ Loyalty Program ที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ได้ในระยะยาว นอกจากจะช่วยมัดใจกลุ่มเป้าหมายขาจรต่าง ๆ ให้กลายมาเป็นลูกค้าขาประจำแล้ว ยังจะเป็นการสร้างกลยุทธ์ที่ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับแบรนด์ได้อีกด้วย เพราะการทำ CRM นั้นเป็นทั้งการเก็บข้อมูลการใช้งาน การอุดหนุนสินค้าและบริการอย่างรอบด้าน เพื่อนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายรวมถึงลูกค้าให้ดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถนำไปพัฒนาสินค้าและบริการให้ดี และตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น จนทำให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์นั่นเอง

5 สิ่งที่ทำให้การทำโปรแกรม CRM ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยม

  • ระบบใช้งานง่าย: ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วและถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มต้นการใช้งาน และรองรับการใช้ผ่านมือถือ
  • นำเสนอสินค้าและบริการด้วยวิธีที่โดนใจ: ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงความต้องการที่สุด ด้วยการนำเสนอแบรนด์ด้วยวิธีใหม่ ๆ ทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำ ตรงกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้า
  • ใช้สร้างสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคล: สร้างความประทับใจเหนือความคาดหมาย เพราะระบบ CRM คือการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถมอบสิทธิพิเศษเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ แสดงออกถึงความใส่ใจกับรายละเอียดของลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้าติดใจ กลับมาซื้อสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง
  • เก็บข้อมูลและพัฒนาอยู่เสมอ: อีกหนึ่งข้อดีของการทำ CRM Loyalty Program คือการได้รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า ถึงความพึงพอใจต่อสินค้าและบริการ เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการให้ดีขึ้น ตรงตามพฤติกรรมของผู้บริโภค
  • ทำให้แบรนด์เป็นมากกว่าสินค้าและบริการ: โปรแกรม CRM ช่วยพัฒนาทุก ๆ ด้านจากภายในสู่ภายนอก เพื่อเพิ่มคุณค่าที่แท้จริงให้กับแบรนด์เช่น การใช้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความเสียดาย หากยกเลิกการใช้สินค้าและบริการไป เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องการจากการทำ CRM Loyalty Program ในการต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตขึ้นได้อย่างยั่งยืน

ลองใช้โปรแกรม CRM กับแบรนด์ของคุณตอนนี้เลย!

ในปัจจุบันนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยที่มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้วเท่านั้น เพราะแบบนี้การทำ CRM Loyalty Program จึงเป็นเรื่องสำคัญที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม เพราะทำให้แบรนด์เข้าใจ รู้จัก และรู้ใจเหล่ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น สามารถเปลี่ยนใจลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ให้กลายเป็นขาประจำได้แล้ว และยังทำให้ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์นั้น กลับมาใช้ซื้อซ้ำ จนกลายเป็นขาประจำที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์อีกด้วย

Omni Channel Marketing คือ

เข้าใจ Omni Channel Marketing ให้มากขึ้น เพื่อการเติบโตของธุรกิจ

ในยุคที่ทุกอย่างถูกเชื่อมต่อกันด้วยระบบออนไลน์ดังเช่นปัจจุบัน ทำให้หลากหลายธุรกิจต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอด การทำการตลาดบนช่องทางสื่อออนไลน์เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างการรับรู้ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์อีกด้วย ซึ่งการทำการตลาดออนไลน์แบบเดิม ๆ นั้นอาจยังไม่เพียงพอต่อการทำธุรกิจในยุคนี้ เพราะหากคุณต้องการเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้ใจและเข้าถึงได้อย่างรอบด้าน การใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า Omni Channel Marketing คือตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้แบรนด์ของคุณมียอดขายเพิ่มมากขึ้น และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรอบด้านนั่นเอง

Omni Channel Marketing คืออะไร?

หากจะพูดให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ต้องพูด Multi-Channel Marketing ก่อน ซึ่งเป็นการทำการตลาดโดยเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ ตัวแทนจำหน่าย หน้าร้าน หรือทาง Call Center ก็ตาม จึงแตกต่างจาก Omni Channel Marketing ซึ่งหมายถึงการทำการตลาดที่ผสานช่องทางทั้งหมดเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวนั่นเอง

กล่าวคือการทำการตลาดแบบ Omni Channel คือการสร้างกลยุทธ์ที่เน้นไปที่การทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้จากหลากหลายช่องทาง อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงข้อมูลของลูกค้าหรือผู้บริโภคอย่างรอบด้านผ่านทุกช่องทางการขาย เช่น ลูกค้าสามารถไปดูสินค้าที่หน้าร้านก่อนได้ แล้วจึงกลับมากดสั่งสินค้าจากเว็บไซต์ หรือดูข้อมูลจากบนเว็บไซต์ แล้วไปซื้อที่หน้าร้าน โดยที่พนักงานเข้าใจและรับรู้ว่าลูกค้ามีการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการจากทางออนไลน์มาก่อนแล้ว อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างทุกแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกันอย่างครบถ้วนรอบด้าน

ข้อดีของ Omni Channel Marketing คืออะไรบ้าง?

เพราะการทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ Omni Channel ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้น และลูกค้าเองก็สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้นด้วย การทำการตลาดในรูปแบบนี้จึงมีข้อดีมากมาย ได้แก่

  • สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์รอบด้าน
  • เข้าใจ รู้ใจ และรู้จักลูกค้าของแบรนด์ได้เป็นอย่างดีผ่านการเก็บข้อมูลการใช้งานช่องทางต่าง ๆ ของลูกค้า
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ชัดเจนและดีมากยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมต่อทุกช่องทางการขายเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกค้าได้รับข้อมูลและการบริการแบบเดียวกันจากทุกช่องทาง
  • เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจได้มากขึ้นจากการเชื่อมต่อทุกช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ

Omni Channel Marketing คือตัวช่วยสำคัญสำหรับการอยู่รอดในยุคดิจิทัล

Omni Channel คือตัวช่วยสำคัญในยุคที่มีการแข่งขันสูง ดังนั้นการเล็งเห็นความสำคัญของ Omni Channel และนำมาปรับใช้กับธุรกิจนั้นจะช่วยทำเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี หากยังไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร ลองพิจารณาจากข้อสรุปต่อไปนี้

  • เพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเว็บไซต์ การทำแอปพลิเคชัน หรือการเปิดแอคเคานต์บนทวิตเตอร์ เพราะ Omni Channel คือ การเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรอบด้าน
  • ความสำคัญของ Omni Channel คือการนำเสนอข้อมูลที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะบนเว็บไซต์ หน้าร้าน ตัวแทนจำหน่าย หรือทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ จะต้องพูดถึงเรื่องเดียวกัน ด้วยภาษาเดียวกัน ให้บริการในมาตรฐานเดียวกัน และแน่นอนว่าต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์
  • รวมทุกช่องทางเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าจากสาขาอื่น หรือเคยซื้อจากเว็บไซต์มาก่อน และต้องการกลับมาซื้ออีกครั้งแต่ไม่ใช่สาขาเดิมที่เคยซื้อสินค้ามาก่อน พนักงานก็ต้องมอบประสบการณ์การซื้อให้กับลูกค้าอย่างดีที่สุด ทำหน้าที่ให้บริการ รวมถึงแนะนำสินค้าได้อย่างเหมาะสม และสามารถปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

จะเห็นได้ว่า Omni Channel คือตัวช่วยที่น่าสนใจมากในยุคนี้ หากแบรนด์ไหนสามารถนำจุดแข็งและเล็งเห็นถึงความสำคัญของ Omni Channel พร้อมนำมาปรับใช้กับธุรกิจก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น รวมถึงยังจะได้ใจลูกค้ามากยิ่งอีกด้วย หากใครยังไม่ค่อยเห็นภาพ ลองอ่านกรณีศึกษาของการทำการตลาดแบบ Omni Channel เพื่อเพิ่มยอดขายและมัดใจลูกค้าได้อย่างอยู่หมัดจากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Burberry กันดู

Burberry แบรนด์ไฮเอนด์ที่เริ่มต้นทำ Omni Channel Marketing เป็นแบรนด์แรก ๆ

นอกจากจะเป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลกแล้ว Burberry ยังเป็นแบรนด์แฟชั่นแรก ๆ ที่เริ่มต้นทำการตลาดบนโลกออนไลน์โดยเริ่มต้นจากการใช้เฟซบุ๊ก และเล็งเห็นความสำคัญของ Omni Channel และนำมาปรับใช้กับแบรนด์ได้อย่างลงตัว

เมื่อปีค.ศ. 2012 แบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Burberry ได้เปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการขาย ด้วยการเปลี่ยนหน้าร้านให้กลายเป็นหน้าร้านที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี มีการติดตั้งจอดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สามารถแสดงผลข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ เพียงแค่ลูกค้านำสินค้าที่สนใจไปยื่นที่หน้าจอเหล่านั้น เหล่าลูกค้าก็จะได้รับกับประสบการณ์ใหม่ของการชอปปิง โดยในแคมเปญนี้มีชื่อเรียกว่า “Flagship Store” ซึ่งถือว่าได้รับความสนใจจากผู้ชื่นชอบในแบรนด์เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การใช้แท็บเล็ตเพื่อให้ลูกค้าได้กรอกรายละเอียดและข้อมูลการซื้อเบื้องต้น ซึ่งเป็นเสมือนการเก็บประวัติการซื้อในระบบฐานลูกค้า และเมื่อลูกค้ามีการกลับมาซื้อสินค้าใหม่ ตัวระบบจะทำการแสดงข้อมูลของลูกค้าทันทีว่าเคยซื้อสินค้าชิ้นใดหรือประเภทใดไปบ้าง นอกจากนี้การรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายช่องทาง ยังจะเป็นการช่วยวิเคราะห์สไตล์และความสนใจเพื่อนำเสนอสินค้าให้แก่ลูกค้าได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังสามารถสั่งจองสินค้า พร้อมบริการจัดส่งให้ถึงที่พัก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลกก็สามารถชอปปิงได้อย่างง่ายดาย ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งที่มีความสำคัญของ Omni Channel ต่อการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก

สรุปความสำเร็จของ Burberry จากการใช้ Omni Channel Marketing

  • เป็นผู้นำในด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อการขายและส่งเสริมประสบการณ์การชอปปิงที่เหนือกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด
  • Omni Channel คือตัวช่วยสำคัญในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างละเอียด และเชื่อมต่อข้อมูลกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อของจากช่องทางใด ก็จะได้รับการบริการที่ดีเยี่ยมในทุกช่องทาง
  • เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จากการเก็บข้อมูลและทำระบบสมาชิกที่สามารถเชื่อมต่อกันได้จากทุกช่องทาง มีความสะดวกสบายต่อการใช้งาน
  • Omni Channel Marketing คือกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น เนื่องจากลูกค้าสามารถสั่งของและได้รับการบริการที่ดีเยี่ยมในทุกช่องทาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี

ถึงตาคุณแล้วที่จะนำ Omni Channel Marketing ไปปรับใช้!

เพิ่มช่องทางที่หลากหลายสำหรับการขายสินค้าและบริการ ซึ่งการเสริมให้มียอดขายเพิ่มมากขึ้นเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าลืมนำจุดแข็งและความสำคัญของ Omni Channel ไปปรับใช้กับธุรกิจ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค อีกทั้งยังจะเป็นการสร้างฐานลูกค้าให้เหนียวแน่น และยังเป็นการช่วยกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มมากขึ้นได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

O2O Marketing คืออะไร?

O2O Marketing คือโมเดลธุรกิจแบบ Online to Offline ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างข้อดีของการขายของบนของโลกออนไลน์ และนำจุดแข็งของการขายแบบออฟไลน์เอาเข้ามาช่วยยกระดับการบริการบนโลกออนไลน์ เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากยิ่งขึ้น

อยากเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทั่วถึง O2O คือคำตอบ

ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้การซื้อขายออนไลน์นั้นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการซื้อขายในโลกออฟไลน์นั้นมากกว่าอย่างแน่นอน โดยการซื้อขายในแบบออฟไลน์นั้นคิดเป็น 98% ของการซื้อขายสินค้าทั้งหมดเลยทีเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่คุณควรเริ่มทำการตลาดแบบ O2O เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึงและรอบด้าน

โดยวิธีการทำการตลาดในแบบ O2O จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ เพราะมีทั้งหน้าร้านที่กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าหรือบริการได้ แล้วค่อยกลับมาสั่งสินค้าออนไลน์หากตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อสินค้าหรือบริการเหล่านั้น หรือในขณะเดียวกันยังสามารถเลือกซื้อสินค้าจากโลกออนไลน์แล้วมารับสินค้ากับสาขาใกล้บ้าน ซึ่งเป็นวิธีในการช่วยเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ทุกเวลาอีกด้วย นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยผลลัพธ์เหล่านี้

  • ได้ผลตอบรับที่สมบูรณ์จากผู้บริโภค ทั้งบนโลกออนไลน์และจากโลกออฟไลน์
  • O2O Platform คือช่องทางการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างมั่นใจ
  • ลดความกังวลของลูกค้า เพราะมีหน้าร้านที่สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้จริง
  • เพิ่มยอดขายให้กับโลกออนไลน์ ด้วยการนำจุดแข็งของออฟไลน์เข้ามาใช้ร่วมกัน

อยากให้ธุรกิจอยู่รอด Omni Channel Marketing คือสิ่งที่ช่วยให้เป็นไปได้

Omni Channel คือกลยุทธ์ทางการแบบบูรณาการ ผสมผสานการสื่อสารในช่องทางต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อรวมเอาประสบการณ์การของการซื้อของออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อกำหนดตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจน ให้บริการกับกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าได้ด้วยข้อมูลชุดเดียวกันทุกๆ ช่องทาง รวม