ประสบการณ์ช้อปแบบใหม่ ดึงดูดใจด้วย AR Technology

จะเป็นอย่างไรถ้าการช้อปปิ้งของคุณสนุกกว่าเดิมด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีอย่าง AR?

ในวันที่โลกออนไลน์และออฟไลน์ไม่ได้มาคู่ขนานกันต่อไป ทุกสิ่งเชื่อมต่อกันอย่างไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านเครื่องมือทางการตลาดอย่าง SMS Marketing , QR Code หรือ การรักษากลุ่มลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม CRM ที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้เพียงผ่านมือถือแค่เครื่องเดียว

ประเทศจีนได้มีการเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการกระตุ้น ให้วัยรุ่นจีนลดความเข้มข้นในการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านเวป e-commerce อย่าง Alibaba ออกมาช้อปปิ้งที่โลกออฟไลน์มากขึ้น

บริษัท Start Up ชื่อ “Coolhobo”  ได้สร้าง Application ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยช้อปปิ้งได้อย่างน่าสนใจผ่าน AR Technology โดย Supermarket ใหญ่อย่าง Ole’ และ BLT ได้เข้ามามีบทบาทและร่วมพัฒนากับ Coolhobo ในการสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งออฟไลน์รูปแบบใหม่ ที่รับรองว่าไม่สามารถช้อปปิ้งแบบนี้บนโลกออนไลน์ได้

ในแอพประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆ
.
1. ส่วนที่ให้คำแนะนำในการช้อปปิ้งที่ Supermarket ทั้งแนะนำเส้นทางที่สั้นทีสุดในการซื้อสินค้าตามรายการ, เวลาในการช้อปปิ้งตาม list สินค้า เป็นต้น
2. ส่วนที่แนะนำเรื่องสินค้า ทั้งข้อมูลหลัก รวมถึงประวัติ และ VDO โฆษณา
3. และส่วนที่เกี่ยวกับ Lifestyle ทั้งการดูรีวิว, เล่นเกมเพื่อค้นหาสินค้าใหม่ๆ และสะสมคูปองทำโปรโมชั่น เป็นต้น
.
โดยทั้งสามส่วนนี้คาดหวังว่าจะทำให้คนรุ่นใหม่ที่ช้อปออนไลน์ยอมผละตัวเองออกมาสู่ห้างร้านจริงๆมากขึ้น คงจะน่าสนใจมากหากวิวัฒนาการนี้ได้ถูกนำมาใช้จริงจังทั้งจีนและบ้านเรา

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ App นี้ : https://www.coolhobo.com/en/home#about

Video ตัวอย่างการใช้งานใน Supermarket : 

ใช้ประโยชน์จาก Data มาเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจคุณ

ทุกวันนี้ผู้ประกอบการจำนวนมาก เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดบนสื่อออนไลน์ เพิ่มช่องทางการติดต่อกับลูกค้ามากขึ้น หรือการจัดโปรโมชันต่างๆ และเชื่อมโยงกิจกรรมของผู้บริโภคทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ผู้ประกอบการค้าปลีกนิยมนำมาใช้ก็คือ เครื่องมือจัดการจุดขาย หรือ Point of Sale System (POS) นั่นเอง
.
ระบบ POS ที่มีอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลมากมาย โดยที่ผู้ประกอบการจะต้องนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้ไปปรับใช้ และวิเคราะห์ให้เข้ากับธุรกิจของตนเอง วันนี้ ​EGG Digital จะมาแนะนำวิธีการปรับใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบ POS จะมีอะไรกันบ้าง เราไปดูกันเลย
.
1. ข้อมูลจากการจัดการสินค้าคงคลัง
หากคุณมีหน้าร้านหลายๆสาขา รวมไปถึงมีสินค้าจำนวนมากและหลากหลายชนิด การมีระบบจัดการสินค้าคงคลังจะช่วยคุณได้อย่างดี สามารถนำข้อมูลสินค้าไปคาดการณ์การสั่งสินค้า หรือทำให้การบริการลูกค้าดีขึ้น เช่น หากลูกค้าต้องการสินค้าชนิดนี้ ไซส์นี้ แต่สินค้ามีอยู่ที่สาขาอื่น คุณก็สามารถแจ้งลูกค้าได้อย่างง่ายดาย
.
2. ข้อมูลของลูกค้ารวมถึงประวัติการซื้อสินค้า
ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อสินค้า คุณสามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้ารวมไปถึงข้อมูลการซื้อสินค้าได้ และนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำการตลาด เช่น แนะนำสินค้าที่ลูกค้าชื่นชอบโดยวิเคราะห์จากข้อมูลการซื้อขายในอดีต รวมไปถึงการทำการตลาดออนไลน์โดยอิงจากพฤติกรรมการซื้อของนั่นเอง
.
3. ข้อมูลการขายของพนักงานร้าน
เจ้าของธุรกิจสามารถประเมินประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านด้วยการตรวจสอบยอดขายโดยอ้างอิงจากรหัสพนักงาน เพราะทุกครั้งที่เกิดการซื้อขาย จะมีการเก็บบันทึกข้อมูลของผู้ทำรายการขายไว้ด้วย
.
4. ข้อมูลแนวโน้มการขาย
ระบบจัดการขายที่ดีจะมีการประเมินแนวโน้มการขายสินค้าประเภทต่างๆ เช่น สินค้าขายดี สินค้าที่คนกลับมาซื้อซ้ำๆ ในแต่ละช่วงเวลา คุณสามารถสร้างโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายของสินค้าประเภทนั้นๆ หรือสร้างแคมเปญในแต่ละช่วงเวลาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
.

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

รับมืออย่างไร เมื่อเกิดสัญญาณเตือนภัยทางการเงิน

เมื่อเริ่มทำธุรกิจ เจ้าของธุรกิจสตาร์ตอัปอาจประเมินสภาวะทางการเงินจากเรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว หรือดูว่ารายจ่ายน้อยกว่ารายได้ก็พอ แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีสัญญาณเตือนภัยทางการเงินอีกหลายอย่างที่คนมักมองข้าม

สัญญาณเตือนภัยอย่างแรกคือรายได้ที่เริ่มลดลง เงินเข้าไม่แน่นอน ทั้งๆ ที่ตอนทำธุรกิจช่วงแรกมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ แต่พอทำธุรกิจไปสักปีสองปี ยอดขายเริ่มลดลง การเติบโตลดลง ขณะที่คู่แข่งในตลาดเจ้าอื่นยังเติบโตอยู่ ปัญหานี้เราต้องพิจารณาให้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจของเรา

สัญญาณเตือนภัยอย่างที่สองคือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เงินออกมากขึ้น เราต้องดูว่ามันเกิดจากอะไรบ้าง เช่น พนักงานเราเยอะเกินไปหรือเปล่า อยู่ดีๆ เรามีต้นทุนที่ไม่คาดคิดหรือเปล่า ทำให้เวลาคิดค่าใช้จ่ายกำไรเราจะหดลงเรื่อยๆ จนติดลบ เมื่อติดลบแล้วเราก็ต้องไปหาเงินทุนมาเพื่อให้มันเป็นบวก ให้ธุรกิจไปรอด เช่น หาเงินกู้ หาเงินทุน อันนี้เป็นกุญแจสำคัญ เราต้องดูว่าถ้าบริษัทเราอยู่ในธุรกิจที่เติบโตมากๆ แต่ตัว Financial Performance เราไม่ค่อยดี เช่น Trend Revenue ตก ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราต้องเริ่มสงสัยแล้วว่ามีปัญหาอะไร แต่ถ้าธุรกิจเติบโตแล้วบริษัทเราโตขึ้นตามจะถือว่ามีแนวโน้มที่ดี

อีกเรื่องหนึ่งเวลาดูเงินเข้าออกอย่าดู P/L (Profit and Lost) เพียงอย่างเดียว ต้องดู Balance Sheet และ Cash Flow ด้วย ดูว่า AR (Account Receivable) หรือหนี้ที่คนอื่นติดเรา รายได้ที่ยังเก็บเงินไม่ได้มีมากเท่าไร ถ้า AR มาก หมายความว่าเรามีเงินรายได้ใน P/L แต่ยังเก็บเงินไม่ได้ เลยไม่มีเงินเข้ามาหมุน ซึ่งอันตรายมากเหมือนกัน

ทางบัญชีและการเงินมักดูจาก net AR — AP (net Account Receivable — Account Payable) ว่า net เป็นบวกหรือลบ เราเรียกว่า Working Capital หรือเงินทุนหมุนเวียน ธุรกิจทั่วไปมักมีเงินทุนหมุนเวียนติดลบเพราะต้องหมุนเงินเสมอ ทำให้เงินออกมากกว่าเงินเข้า แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่รับมือได้ บางธุรกิจที่ดีมากๆ อาจไม่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเลย แถมได้เงินมาใช้ด้วยซ้ำ เช่น 7–11 จะมีเงินเข้ามากกว่าเงินออกเสมอ เนื่องจากเก็บเงินสดจากลูกค้าเลย แต่มีระยะเวลาการจ่ายเงินให้กับ Suppliers ยาว

สัญญาณเตือนภัยสุดท้ายที่คนมองข้ามเราเรียกว่า Contingent Liability เป็นเรื่องภาระผูกพัน บางทีบริษัทไปค้ำประกันใคร แล้วเขาชำระหนี้ไม่ได้ เราต้องไปชำระหนี้แทน เป็นสิ่งที่ไม่อยู่ใน Balance Sheet หรือใน Cash Flow ด้วย แต่ถ้าไปดูในงบ มันจะอยู่ท้ายงบการเงินแล้วมีโน้ตบอกไว้ว่าบริษัทมีภาระผูกพันอะไร เวลานักการเงินจะไปซื้อหรือลงทุนบริษัทไหน เขาต้องดูประเด็นนี้ด้วยว่าบริษัทนี้มีภาระหนี้ที่จะเกิดขึ้นอะไรบ้างในอนาคต มันเหมือนหนี้ที่ยังไม่เกิด แต่อาจเกิดขึ้นได้ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงเหมือนกัน

จะเห็นว่าสัญญาณเตือนภัยทางการเงินเป็นตัวบ่งบอกให้เรารู้สถานะทางการเงินของธุรกิจ ถ้าเรารับมือได้ทันท่วงที ธุรกิจก็จะอยู่รอดได้

Website: www.eggdigital.com
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

[EGG EVENT] EGG Digital Group Interview

จบไปแล้วสำหรับ EGG Digital Group Interview โดยมีคุณวรุตม์ ลีเรืองสกุล ผู้จัดการทั่วไปของ EGG Digital เป็นผู้บรรยายเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

มาดูกันว่าทิศทางและกลยุทธ์ของ EGG Digital ในปีนี้คืออะไร รวมทั้งเจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของ Ultra Code ว่าช่วยให้แบรนด์ชั้นนำของประเทศไทยก้าวเป็นที่หนึ่งของเจ้าตลาดได้อย่างไร

คุณวรุตม์ ลีเรืองสกุล ผู้จัดการทั่วไปของ EGG Digital

EGG Digital คือผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์และเทคโนโลยีมือถือที่พร้อมให้บริการและคำแนะนำแก่ลูกค้าอย่างมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการเชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกัน

EGG Digital ทำการตลาดเชิงลึกผ่านงานบริการทั้ง 3 ส่วน คือ
1. Mobile Marketing Platform ทำการตลาดแบบถึงตัวผู้บริโภคผ่านโทรศัพท์มือถือ
2. Media Platform บริหารและซื้อขายสื่อโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้
3. CRM Platform บริหารความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

ปัจจุบันอัตราการเติบโตของการทำ Mobile Marketing เพิ่มมากขึ้นตามจำนวนเบอร์โทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ 90 ล้านเบอร์ในประเทศไทย จากจำนวนประชากรไทยที่มีอยู่เพียง 68 ล้านคน (หรือพูดให้เห็นภาพก็คือ 1 คน มีมากกว่า 1 ซิมนั่นเอง)

ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า จาก 90 ล้านเบอร์นั้น มีเบอร์มือถือเกือบ 90% ที่ส่งชิงโชคผ่าน ระบบ Ultra Code จาก EGG Digital สิ่งนี้เองที่ทำให้เราเป็นที่หนึ่งด้าน Mobile Marketing ในประเทศไทย

Ultra Code เป็นหนึ่งในนวัตกรรมเพื่อการทำ Mobile Marketing ต่อยอดจากระบบ USSD และ SMS เพียงแค่กด * XXX * ต้ามด้วยรหัส # แล้วโทรออก นำไปใช้งานได้หลายรูปแบบ เช่น ส่งรหัสชิงโชค สมัครสมาชิกร้านค้า เป็นช่องทางในการขอรับสิทธิพิเศษ คูปองส่วนลด แลกรับของรางวัล รวมทั้งโหวตสินค้าหรือบริการที่ชื่นชอบ

แบรนด์ชั้นนำที่มียอดขายเติบโตจากการทำ Ultra Code เช่น

  1. Lucky Draw

อิชิตัน เป็นเจ้าแรกในเมืองไทยที่ส่งรหัสชิงโชคผ่านระบบ Ultra Code และประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้อิชิตันครองส่วนแบ่งการตลาด 44% ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดชาเขียว นอกจากนี้เป๊ปซี่ยังจัดแคมเปญท้าชิงความเป็นผู้นำ ด้วยการนำระบบ Ultra Code มาใช้เป็นช่องทางในการส่งรหัส ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20%

2. Loyalty

The Mall ใช้ Ultra Code บริหารจัดการ Point รวมถึงระบบในการ Set Up แคมเปญผ่าน Web Admin ทำให้ The Mall บริหารจัดการแคมเปญด้วยตัวเองได้ในเวลาสั้นๆ และสมาชิกเองก็กดแลกรับสิทธิพิเศษได้ง่ายๆ

3. Privilege

อารียา ใช้ Ultra Code เป็นช่องทางในการกดรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกบ้าน ผ่านร้านค้าต่าง ๆ มากกว่า 100 ร้านค้า เพื่อรับคูปองส่วนลดและสิทธิพิเศษอื่น ๆ มากมาย สร้างความพึงพอใจให้กับลูกบ้าน แถมยังลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนระบบหลังบ้านเองอีกด้วย

สนใจทำ Ultra Code หรือเครื่องมือทางการตลาดต่างๆ สามารถติดต่อ EGG Digital ได้ผ่านช่องทางเหล่านี้

Website: https://www.eggdigital.com/product_ultracode.php
LINE: @eggdigital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call center: 02–020–2364

[EGGClusive Talk] สรุปงาน O2O for eTailers พร้อมสไลด์สำหรับดาวน์โหลด

จบไปแล้วกับงาน O2O for eTailers ที่ EGG Digital จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ซึ่งได้รับความสนใจจนทำให้ที่นั่งเต็มภายใน 3 วันแรกที่เปิดรับสมัคร งานนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่าน รวมไปถึงผู้เข้าร่วมสัมมนา และ Speaker รับเชิญทุกคน

บริการจาก EGG Digital — Smart POS, LINE@, SMS

เนื้อหาหลักจะถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง ซึ่งช่วงแรกจะเป็นการอัพเดทเทรนด์ทางด้านดิจิทัล และเครื่องมือในการทำการตลาด สำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกยุคใหม่ที่ต้องรู้ ส่วนช่วงที่สองจะเป็นช่วงการเสวนาในหัวข้อ O2O and Marketing Strategy

งานนี้มีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง ทีมงาน EGG Digital ได้สรุปทั้ง 2 ช่วงมาฝากกันในบทความนี้


“Digital Marketing / Marketing Tools for Retailers”

โดย คุณธนานันท์ อรุณรักษ์ติชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ weloveshopping.com

คุณธนานันท์ อรุณรักษ์ติชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ weloveshopping.com

• ธุรกิจแต่ละประเภทจะต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้าของตัวเอง รวมไปถึงการใช้ข้อมูลจำนวนมาก หรือ Big Data ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ O2O และสามารถคาดเดาความต้องการของลูกค้าได้
• หากคุณคิดจะทำเว็บไซต์ของธุรกิจ ให้ทำเป็น Responsive Web Design ที่สามารถปรับเปลี่ยนหน้าจอไปตาม Device ที่ใช้ได้ เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคใช้โทรศัพท์มือถือในการค้นหาข้อมูลเป็นหลัก
• ไม่ใช่แค่สังคมไร้เงินสด แต่เป็นสังคมไร้บัตร เพราะทุกอย่างจะอยู่บนโทรศัพท์มือถือทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเพื่อติดต่อสอบถาม สะสมคะแนน และระบบจ่ายเงิน ผ่าน QR Code
• ในปัจจุบัน Location Data และ GPS Technology มีความแม่นยำมากขึ้น จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อธุรกิจของคุณที่ต้องปัก Pin ใน Online Maps ให้ถูกต้อง
• ความคาดหวังของลูกค้าต่อร้านค้า Brick and Mortar คือการพูดคุยและการแนะนำ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการให้ข้อมูลอยู่ด้วย
• Personalization คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ และแสดงความเป็นตัวตนของลูกค้าออกมาทางการใช้แบรนด์นั้นๆ

Download : Digital Marketing Tools for Retailers


“O2O and Marketing Strategy”

โดยได้รับเกียรติจาก
• คุณ ชนากานต์ วราสภานนท์ เจ้าของ Brand กระเป๋า Gotcha : กระเป๋าแฟชั่นมีสไตล์สำหรับผู้หญิง

• คุณอุครินทร์ เกิดกฤษฎานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารญี่ปุ่น Seiryu Sushi : Sushi Café ที่คัดสรรคุณภาพอย่างดี

• คุณ ชลธิชา แย้มศรีใส ผู้จัดการฝ่ายการตลาด online ผลิตภัณฑ์ Provamed : เวชสำอางคุณภาพด้านผิวหนัง

แต่ละท่านต่างพกความรู้ รวมไปถึงเทคนิคจากการทำงานจริงในฐานะเจ้าของแบรนด์ และผู้ดูแลด้านการตลาดโดยตรง ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
• หัวใจสำคัญในการทำการตลาดในปัจจุบันคือการวัดผล ถ้าคุณไม่เคยทำการวัดผลเลย คุณจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าการตลาดของคุณประสบความสำเร็จแค่ไหน รวมไปถึงการทำ Benchmark กับธุรกิจอื่นด้วย
• การที่จะขยายธุรกิจไปยัง Online หรือ Offline ต้องวิเคราะห์ประเภทและลักษณะของธุรกิจของตัวเองให้ดี และเลือกที่จะใช้ช่องทางให้เหมาะสมกับธุรกิจ รวมไปถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย
• ธุรกิจที่จะต้องจบที่ Offline เช่น ร้านอาหาร จำเป็นต้องคำนึงถึงการบริการและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า เพราะเขาจะให้โอกาสกับร้านอาหารเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น การบริการจะส่งผลต่อการบอกต่อของลูกค้า และส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว
• การใช้ Influencer Marketing ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันจะรู้สึกเชื่อใจ และเปิดรับความคิดเห็นจากบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่แบรนด์โดยตรง ซึ่งการใช้เทคนิคทางการตลาดแบบนี้ จะช่วยเพิ่ม Brand Awareness รวมไปถึงยอดขายได้อีกด้วย
• ปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์การชอปปิงแบบไร้รอยต่อ (Seamless Shopping Experience) ระหว่างโลก Online และ Offline ดังนั้นกลยุทธ์ Omnichannel จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ธุรกิจในปัจจุบันต้องคำนึงถึง ตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยี Beacon ในการส่งข้อมูลข่าวสารโปรโมชั่นเมื่อผู้บริโภคเดินเข้ามาในโซนที่เราระบุไว้ ซึ่งธุรกิจค้าปลีกสามารถนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อต่อยอดในอนาคต

สำหรับผู้ที่อยากติดตามงานสัมมนาดีๆ แบบนี้ สามารถแอด LINE@ ของ EGG Digital เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
LINE: @eggdigital

Facebook: EGG Digital
E-mail: eggdigital@ascendcorp.com
Call Center: 02–020–2364