อนาคตของเทรนด์ Mobile Marketing

เมื่อกล่าวถึงอนาคตของอุตสาหกรรมการตลาดผ่าน Mobile หากเปรียบเทียบกับการตลาดเมื่อก่อนนั้นจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นถึงเทคนิคและกลยุทธ์ต่างๆ ของการตลาดแบบ Mobile Marketing ที่ควรจะเป็นในปี 2018 และอนาคต ทั้งนี้มาดู 5 ข้อมูลที่จะเป็นไอเดียให้นักการตลาด Mobile ในการปรับกลยุทธ์การวางแผนการตลาดต่อไป

1.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเจาะจงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนักการตลาดให้คุณค่ากับการส่งข้อความแบบอัติโนมัติ (SMS Automation) โดยให้ระบบ AI ทำหน้าที่จัดการรับ-ส่งข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและเจาะจง ผ่านวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่ละเอียดและมีประสิทธิภาพเพื่อสามารถนำไปทำกลยุทธ์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้องและตรงกับความต้องการได้ นอกจากนี้ระบบ AI ยังมีช่องว่างและเวลาในการพัฒนาอย่างต่อเนืองเพื่อเข้าใจระบบความคิดและการตัดสินใจของมนุษย์ และ การตลาดแบบ SMS Markeitng ยังมีประสิทธภาพอย่างมากและเจาะกลุ่มเป้าหมายได้กว้างในราคาต่ำ

2. การเพิ่ม BOT เพื่อช่วยรองรับการทำงานบางอย่างแทนคนBOT เป็นรูปแบบของระบบการทำงานที่ถูกโปรแกรมไว้ตามคำสั่งต่างๆ เพื่อให้สามารถทำงานตามคำสั่งได้ อย่างที่เห็นได้จาก Siri ของ Apple หรือ Cortana ของ Microsoft ที่ช่วยให้บริการและทำงานตามคำสั่งของผู้ใช้งาน ระบบ BOT เหล่านี้ถูกพัฒนามากขึ้นจากการเรียนรู้ และเชื่อมต่อกับ internet 24/7 ดังนั้นในอนาคดมีโอกาสสูงมากที่ BOT จะถูกนำมาช่วยในการตลาด เช่น การแจ้งรายละเอียดโปรโมชั่น, แจ้งเตือนกิจกรรม อีเว้นท์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เป็นต้น

 

3. การค้นหาผ่านเสียง40% ของผู้ใช้งานมีการค้นหาผ่านเสียงหนึ่งครั้งต่อวัน โดย Google ได้ทำการเก็บข้อมูลและพบกว่า 20% ของการค้นหาข้อมูลมาจากการใช้เสียง และจากมุมมองนี้เราจะเห็นได้จาก Amazon Alexa และ Google Home ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่มีการนำระบบการค้นหาแบบการใช้เสียงมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน

 

4.การโหลดข้อมูลในเว็บไซต์ที่รวดเร็วขึ้นปัจจุบันเว็บไซต์ยังคงสำคัญสำหรับธุรกิจต่างๆ อยู่อย่างมากที่เดียว เพราะข้อมูลหลักสำคัญของธุรกิจ ทั้งสารจากแบรนด์และข้อมูลสินค้า ถูกแสดงที่เว็บไซต์เพื่อตอบสนองการค้นหาข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้นความเร็วในการโหลดข้อมูลขึ้นมาแสดงจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต้องเร็วและถูกต้อง เพื่อไม่พลากโอกาสในการรักษากลุ่มเป้าหมายที่ค้นหาแล้วสนใจเข้ามาศึกษาข้อมูลต่อไป การสร้าง UX ที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว เป็นสิ่งพื้นฐานแต่สำคัญที่สุดในการที่จะสำเร็จหรือไม่ของ Mobile Marketing [DoubleClick’s พบว่า 53% ของกลุ่มเป้าจะไม่สนใจที่จะเข้าเว็บนั้นๆ อีก หากเว็บไซต์ใตมีการโหลดข้อมูลขึ้นมาช้ากว่า 3 วินาที]

 

5.โฆษณาผ่านมือถือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก ผ่านช่องทางที่มีการเติบโตของฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่องแบบ Facebook และ LinkedIn เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ดี แต่สิ่งที่ต้องดูต่อไปในการทำกลยุทธ์การตลาดในปีต่อๆ ไปคือ การเชื่อมต่อการตลาดทุกช่องทางแบบไร้รอยต่อที่มากขึ้นกว่าการแยกช่องทางการตลาด ซึ่งนักการตลาดยุคดิจิตัลเข้าใจว่าอนาคตของการค้นหาคือภาพไม่ใช่ keyword เทคโนโลยีในรูปแบบของการมองเห็นเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสาร ด้วยความซับซ้อนและความฉลาดของระบบ AI และการเรียนรู้ของระบบเครื่องกล

สรุปแล้วเมื่อทุกๆ แบรนด์ต้องการที่จะได้รับยอดขายที่สูงขึ้นและเดิบโตอย่างรวดเร็ว ในการที่จะทำให้แคมเปญประสบความสำเร็จและได้รับผลตอบรับที่ดี สิ่งสำคัญคือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องด้วยข้อความที่ถูกต้องผ่านช่องทางและเวลาที่ใช่ หลักการนี้จะช่วยทำให้การทำงานและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดและตอบโจทย์มากขึ้น

กลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีก : ก้าวต่อไปของการตลาดแบบ Omni - Channel

กลยุทธ์ธุรกิจค้าปลีก : ก้าวต่อไปของการตลาดแบบ Omni- Channel

ใครว่าธุรกิจค้าปลีกกำลังจะล่มสลาย? ความจริงแค่เปลี่ยนสู่ออนไลน์มากขึ้น ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าสิ่งที่เป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน คือ โทรศัพท์มือถือ ทั้งการสื่อสาร และการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือแม้กระทั่งปัจจุบันกลุ่มลูกค้าส่วนมากยังมีการค้นหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบขณะตัดสินใจซื้อสินค้าที่หน้าร้านเช่นเดียวกัน

ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ค้นหาและเข้าถึงสินค้าที่จำหน่ายในร้านผ่านอุปกรณ์ และช่องทางต่างๆ ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น

ลูกค้าที่กำลังสนใจที่จะซื้อชั้นวางหนังสืออันใหม่ อาจเริ่มค้นหาข้อมูลผ่านการใช้โทรศัพท์มือถือ แล้วไปดูข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงรูปสินค้าที่คุณภาพสูงขึ้นผ่านคอมพิวเตอร์ ก่อนตัดสินใจซื้อเดินทางไปดูชั้นวางหนังสือที่ร้าน เพื่อตรวจดูอุปกรณ์จริง และสุดท้ายกลับมาซื้อชั้นวางผ่าน APP ของร้านค้าปลีกนั้นๆ เพราะมีโปรโมชั่น

ซึ่งพฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบ omni channel นี้ ทำให้แบรนด์ต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการให้ข้อมูล และวิธีการทำการตลาดที่ดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมายที่ซับซ้อนและหลากหลายมายิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดได้

ตั้งแต่ปี 2017 | 1 ใน 3 ของรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ มาจากโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นในยุค Mobile-First แบบนี้ธุรกิจค้าปลีก มี 3 สิ่งที่นักการตลาดต้องพิจารณา

  1. Mobile Maturation (การเติบโตของตลาดมือถือ)การเติบโตของตลาดโทรศัพท์มือถือสูงขึ้นทุกปี จะสังเกตได้จากจำนวนของผู้ใช้งานตามสถานที่ต่างๆ ที่มากขึ้น รวมถึงการจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านช่องทางนี้ก็เกิดได้ทุกที่ ทุกเวลาเช่นเดียวกัน จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกหลายๆ แห่ง เกิดการพัฒนาและเติบโตของช่องทางการขายแบบ Mobile-Commerceในปีที่ผ่านมาจำนวนของยอดขายจากช่องทางโทรศัพท์มือถือมีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกต้องให้ความสำคัญของการสื่อสารและขายผ่านช่องทางต่างๆ อย่างผสมผสานและไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

  2. APP Adventure (ความท้าทายของตลาดแอพลิเคชั่นนอกจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าผ่านเว็บบนโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายเริ่มมีการซื้อสินค้าผ่าน Application ของแบรนด์มากขึ้น เพราะง่าย และสะดวกกว่าการซื้อผ่านเว็บไซต์ ดังนั้นการพัฒนาช่องทางการขายผ่าน Application เป็นอีกก้าวต่อไปของการทำ Omni-Channel ที่น่าสนใจ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความต้องการที่เปลี่ยนไปมากขึ้น
  3. Omnichannel Opportunity (โอกาสของการตลาดแบบไร้รอยต่อ)

    ปัจจุบันลูกค้ามีพฤติกรรมการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนแปลงวิธีการในการซื้อสินค้าทั้งจากออนไลน์ และออฟไลน์ รวมถึงในแต่ละช่องทางนั้นมีวิธีการที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกต้องเร่งปรับกลยุทธ์ในการเชื่อมทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ผ่านการสร้างประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

สรุปแล้ว เมื่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าของกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนแปลงไป ในมุมของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคตด้วย